วิธีเปลี่ยนเวลากินข้าว + อาบน้ำ + นอน เป็นเวลาสอนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องบังคับลูก

คุณแม่หลายคนชอบบอกว่า ลูกไม่ยอมพูดอังกฤษเลย พอชวนเรียนก็เริ่มงอแง ไม่อยากทำต่อ

แต่จริงๆแล้วการสอนภาษาอังกฤษให้ลูกไม่จำเป็นต้องนั่งเรียนจริงจังเสมอไปค่ะ หลายครั้งเด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากช่วงเวลาธรรมดาในแต่ละวัน โดยที่เขาไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสอนอยู่ด้วยซ้ำ

สิ่งที่หลายบ้านใช้แล้วได้ผลรวมถึงบ้านเรา คือการค่อยๆแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในกิจวัตรเดิมที่ทำอยู่แล้วทุกวัน แบ่งเป็นช่วงเวลาดังนี้ค่ะ




English Meal Time

ตอนกินข้าวเป็นช่วงที่เด็กอารมณ์ค่อนข้างดี และเปิดรับการสื่อสารง่ายกว่าที่คิด เราอาจเริ่มจากคำง่ายๆก่อน เช่น

“This is chicken.”
“Do you want egg?”
“Yummy rice.”

ไม่ต้องพูดเยอะ แค่ใช้ประโยคเดิมซ้ำๆทุกวัน เด็กๆจะเริ่มคุ้นเคยกับภาษาเองโดยธรรมชาติ บางวันก็เล่นเล็กๆน้อยๆระหว่างกินข้าว เช่น

“What color is the banana?”
“Big bite! Small bite!”

แต่ไม่จำเป็นต้องเยอะนะคะ มากไปเด็กก็เบื่อ และถ้าลูกตอบไทยก็ไม่เป็นไรเลย เราแค่ตอบกลับเป็นอังกฤษสลับไปเรื่อยๆก่อน กว่าเด็กจะยอมพูกภาษาอังกฤษออกมานั้นใช้เวลารอคอยนานมากค่ะ


English Bath Time

หลายบ้านอาจพบว่าช่วงอาบน้ำคือเวลาที่ลูกสนุกที่สุด เพราะเด็กผ่อนคลายและพร้อมเล่น

เราจะชอบพูดไปด้วยพร้อมทำกิจกรรมไปด้วย เช่น

“Wash your hands.”
“Hot water.”
“Soap.”
“Splash splash!”

หรือเล่นกับของเล่นในน้ำแล้วพูดง่ายๆ

“The duck is swimming.”

เวลาพูด ถ้าใส่น้ำเสียงสนุก ทำท่าทางเยอะๆ เด็กจะหัวเราะและจำได้เร็วมากค่ะ แม่ต้องตัวล้นๆตื่นเต้นมากๆเข้าไว้ 5555



English Bedtime Routine

ช่วงก่อนนอนเป็นช่วงที่ทรงพลังมากสำหรับการเรียนภาษา เพราะสมองเด็กกำลังผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการเข้านอน เราเริ่มจากกิจวัตรเดิมที่ทำทุกคืน เช่น

“Brush your teeth.”
“Put on pajamas.”
“Choose a book.”

จากนั้นอ่านนิทานอังกฤษสั้นๆก่อนนอนวันละเล่มสองเล่ม ไม่ต้องเยอะ (แต่ตอนนี้ลูกโตแล้ว เขาอ่านเองก่อนนอนทุกคืน)

ประโยคง่ายๆ อย่าง

“Good night.”
“Sweet dreams.”
“I love you.”

พอเราพูดทุกคืน เด็กๆจะเริ่มพูดตามเองแบบไม่รู้ตัวค่ะ บางวันก็ชวนคุยง่ายๆว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง แล้วช่วยลูกตอบเป็นอังกฤษสั้นๆเท่าที่ไหวนะคะ

สิ่งสำคัญคือบรรยากาศตอนเรียนรู้ค่ะ ถ้าเด็กรู้สึกผ่อนคลาย เขาจะกล้าพูดมากขึ้นเอง

บ้านที่ทำแบบนี้ต่อเนื่องส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นว่าลูกฟังออกมากขึ้นก่อน แล้วค่อยเริ่มพูดคำง่ายๆ เองภายในไม่กี่เดือน โดยแทบไม่ต้องบังคับเลย

สิ่งที่ช่วยได้มากจริงๆคือความสม่ำเสมอ ทำวันละนิด แต่ทำทุกวัน ใช้ทั้งไทยและอังกฤษปนกันได้ ไม่จำเป็นต้องพูดอังกฤษตลอดเวลา และทุกครั้งที่ลูกพยายามพูด ต่อให้ยังผิด ก็อย่าลืมคำชมเล็กๆน้อยๆ เพราะกำลังใจตรงนั้นสำคัญมากสำหรับเด็กค่ะ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น